================================================== -->

285bet บา คา ร่า 1️⃣2021

สำหรับสาระสำคัญในร่าง พรบฉบับดังกล่าวจะกำหนดให้เด็กปฐมวัยหมายถึงบุคคลตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดาจนถึง 8 ปีบริบูรณ์ โดยจะมีการแบ่งระบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็น 4 ช่วง คือ การพัฒนาทารกในท้องแม่ การพัฒนาเด็กวัยแรกเกิดถึง 2 ปีบริบูรณ์ การพัฒนาเด็กวัย 3 6 ปี และการพัฒนาเด็กวัย 7-8 ปีบริบูรณ์ โดยบิดามารดาของเด็กปฐมวัยจะได้รับเงินอุดหนุนช่วยเหลือจากภาครัฐในการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กปฐมวัย

  • เยี่ยมชมบล็อก:776337
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 820
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-28 02:37:40
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง พระเอกจากวิกสามพระรามสี่ โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ขอรับบริจาคเลือด A Rh- หรือ O Rh- เหตุพ่อต้องเข้าผ่าตัดสมองด่วน

ที่เก็บบทความ

2015(212)

2014(49)

2013(566)

2012(554)

การสมัครสมาชิก
1234superslot 1️⃣2021 2021-09-28 02:37:40

การจำแนกประเภท: ตาข่ายสีแดง

แอ ล เอกา แลก ซี่ บา คา ร่า,หนังยาวยึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์  หรือจะซ้ำรอย ทักษิณ-พี่ชาย?  31 มกราคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ทั้งกระทรวงการคลัง-กรมบังคับคดี ออกมาการันตีการเดินหน้าสืบทรัพย์-อายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลปกครองกลางยกคำร้องของยิ่งลักษณ์ ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่กระทรวงการคลังสั่งให้ ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จำนวนเงิน 35,717 ล้านบาท ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ไม่ว่าจะเป็นทั้ง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมวการคลัง ที่ยืนยันว่าการนำสืบทรัพย์ยิ่งลักษณ์ กระทรวงการคลังเดินหน้าต่อไปอยู่แล้ว ไม่ได้หยุดหรือชะลออะไร เช่นเดียวกับ นสรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ก็แจงว่ากรมบังคับคดีจะดำเนินการตามขั้นตอนในการร่วมมือกับกระทรวงการคลัง เพื่อสืบทรัพย์และตั้งเรื่องขอยึดอายัดทรัพย์ยิ่งลักษณ์กระนั้นดูแล้วหนังเรื่องนี้คงยาวกว่าคดีจะถึงที่สุด ถึงขั้นนำไปสู่การ ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ เพื่อนำเงินและทรัพย์สินมาชดเชยค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ตามที่กระทรวงการคลังสรุปผลและออกคำสั่งไว้ เพราะขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ในทางคดีปกครองเพื่อให้อดีตนายกฯ หญิงชดใช้เงินดังกล่าวยังเหลืออีกพอสมควร ทั้งการสืบทรัพย์และอายัดทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้ครบตามจำนวนที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหากดูจากฐานข้อมูล บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของยิ่งลักษณ์ที่เคยแจ้งต่อ ปปช ตอนเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ และหลังพ้นจากตำแหน่ง ทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์มีไม่ถึงแน่นอน อาทิ หากพลิกแฟ้มบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่แจ้งต่อ ปปชหลังพ้นจากตำแหน่ง อันเป็นบัญชีวันที่ 6 พค58 ยิ่งลักษณ์บอกว่ามีทรัพย์สิน 579 ล้านบาท เช่นเงินฝากธนาคารมี 16 บัญชี ฝากไว้ตามที่ต่างๆ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ 7 เล่ม, ธนาคารกสิกรไทย 4 เล่ม, ธนาคารยูโอบี 3 เล่ม และบริษัทหลักทรัพย์ธนชาตอีก 2 เล่ม รวมแล้วประมาณ 24 ล้านบาทส่วนอสังหาริมทรัพย์หลักๆ ก็เช่นบ้านพักอาศัยหลังใหญ่แถวซอยนวมินทร์ มูลค่า 110 ล้านบาท หรือเงินลงทุน 115 ล้านบาท เงินให้กู้ยืม 108 ล้านบาท เป็นต้นดังนั้น ทรัพย์สินที่มีและแจ้งไว้อย่างเป็นทางการจึงไม่เพียงพอชดใช้ค่าเสียหาย 35,717 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังระบุไว้ และต่อให้มีเพียงพอหรือมีมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีใครยอมให้ทรัพย์สินของตัวเองถูกอายัดถูกยึดแน่นอน การสู้คดีจนถึงที่สุดจึงเป็นขั้นตอนปกติที่เกิดกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นยิ่งลักษณ์หรือคนธรรมดาดังนั้น หากกรมบังคับคดี กระทรวงการคลัง มีการสืบทรัพย์ พิสูจน์ทรัพย์ อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ยิ่งลักษณ์ต้องสู้จนถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นศาลไหน!ประเมินแล้วกว่าคดีจะถึงที่สุดคงต้องรอกันอีกหลายยก และเป็นหนังยาวแน่นอนแม้เจ้าตัวจะหนีคดีไม่กลับมาประเทศไทยแล้ว แต่ก็ต้องใช้ช่องทางกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อระงับยับยั้งกรมบังคับคดีไม่ให้มายึดทรัพย์สินทั้งหมดขณะที่ก่อนหน้านี้ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กWarong Dechgitvigromหลังศาลปกครองกลางยกคำร้องยิ่งลักษณ์เมื่อ 29 มคว่า สำหรับผู้ที่ยังติดตามคดียึดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์ ล่าสุดวันที่ 29 มกราคม 2561 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องของนางสาวยิ่งลักษณ์ กรณีมีคำสั่งยึดทรัพย์ 35 หมื่นล้านบาทที่ต้องรับผิดชอบ เท่ากับว่ากรมบังคับคดีสามารถเดินหน้ายึดทรัพย์ต่อได้โดยก่อนหน้านี้ หลังจากมีคำสั่งทางปกครองให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีปล่อยให้เกิดการทุจริตจำนำข้าว 35 หมื่นล้านบาทตั้งแต่เดือนตุลาคม 2539 นางสาวยิ่งลักษณ์เคยร้องศาลปกครองกลางครั้งแรกเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว และศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 มาแล้วเท่ากับว่าคดีทุจริตจำนำข้าวและจีทูจีเดินทางมาใกล้จบบริบูรณ์ นั่นคือคดีอาญาจบแล้ว ส่วนคดีแพ่งที่นำไปสู่การยึดทรัพย์ หลังจากที่ศาลยกคำร้องที่ขอทุเลาการบังคับคดี การยึดทรัพย์ก็เดินหน้าต่อได้ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งเป็นทางการอีกครั้ง ทุกอย่างก็จบ ยิ่งลักษณ์ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย คือเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศแต่ชะตากรรมต่อจากนี้ไปจะเหมือนกับทักษิณ ที่ถูกยึดทรัพย์ 46,373,680,754 บาทจากเหตุใช้อำนาจขณะเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบจนทำให้ร่ำรวยผิดปกติ หรือไม่ต้องรอให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินไปจนถึงที่สุด ถึงจะเห็นบทสรุปสุดท้าย เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง! บา คา ร่า sa1688หนังยาวยึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์  หรือจะซ้ำรอย ทักษิณ-พี่ชาย?  31 มกราคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ทั้งกระทรวงการคลัง-กรมบังคับคดี ออกมาการันตีการเดินหน้าสืบทรัพย์-อายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลปกครองกลางยกคำร้องของยิ่งลักษณ์ ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่กระทรวงการคลังสั่งให้ ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จำนวนเงิน 35,717 ล้านบาท ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ไม่ว่าจะเป็นทั้ง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมวการคลัง ที่ยืนยันว่าการนำสืบทรัพย์ยิ่งลักษณ์ กระทรวงการคลังเดินหน้าต่อไปอยู่แล้ว ไม่ได้หยุดหรือชะลออะไร เช่นเดียวกับ นสรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ก็แจงว่ากรมบังคับคดีจะดำเนินการตามขั้นตอนในการร่วมมือกับกระทรวงการคลัง เพื่อสืบทรัพย์และตั้งเรื่องขอยึดอายัดทรัพย์ยิ่งลักษณ์กระนั้นดูแล้วหนังเรื่องนี้คงยาวกว่าคดีจะถึงที่สุด ถึงขั้นนำไปสู่การ ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ เพื่อนำเงินและทรัพย์สินมาชดเชยค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ตามที่กระทรวงการคลังสรุปผลและออกคำสั่งไว้ เพราะขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ในทางคดีปกครองเพื่อให้อดีตนายกฯ หญิงชดใช้เงินดังกล่าวยังเหลืออีกพอสมควร ทั้งการสืบทรัพย์และอายัดทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้ครบตามจำนวนที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหากดูจากฐานข้อมูล บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของยิ่งลักษณ์ที่เคยแจ้งต่อ ปปช ตอนเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ และหลังพ้นจากตำแหน่ง ทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์มีไม่ถึงแน่นอน อาทิ หากพลิกแฟ้มบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่แจ้งต่อ ปปชหลังพ้นจากตำแหน่ง อันเป็นบัญชีวันที่ 6 พค58 ยิ่งลักษณ์บอกว่ามีทรัพย์สิน 579 ล้านบาท เช่นเงินฝากธนาคารมี 16 บัญชี ฝากไว้ตามที่ต่างๆ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ 7 เล่ม, ธนาคารกสิกรไทย 4 เล่ม, ธนาคารยูโอบี 3 เล่ม และบริษัทหลักทรัพย์ธนชาตอีก 2 เล่ม รวมแล้วประมาณ 24 ล้านบาทส่วนอสังหาริมทรัพย์หลักๆ ก็เช่นบ้านพักอาศัยหลังใหญ่แถวซอยนวมินทร์ มูลค่า 110 ล้านบาท หรือเงินลงทุน 115 ล้านบาท เงินให้กู้ยืม 108 ล้านบาท เป็นต้นดังนั้น ทรัพย์สินที่มีและแจ้งไว้อย่างเป็นทางการจึงไม่เพียงพอชดใช้ค่าเสียหาย 35,717 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังระบุไว้ และต่อให้มีเพียงพอหรือมีมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีใครยอมให้ทรัพย์สินของตัวเองถูกอายัดถูกยึดแน่นอน การสู้คดีจนถึงที่สุดจึงเป็นขั้นตอนปกติที่เกิดกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นยิ่งลักษณ์หรือคนธรรมดาดังนั้น หากกรมบังคับคดี กระทรวงการคลัง มีการสืบทรัพย์ พิสูจน์ทรัพย์ อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ยิ่งลักษณ์ต้องสู้จนถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นศาลไหน!ประเมินแล้วกว่าคดีจะถึงที่สุดคงต้องรอกันอีกหลายยก และเป็นหนังยาวแน่นอนแม้เจ้าตัวจะหนีคดีไม่กลับมาประเทศไทยแล้ว แต่ก็ต้องใช้ช่องทางกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อระงับยับยั้งกรมบังคับคดีไม่ให้มายึดทรัพย์สินทั้งหมดขณะที่ก่อนหน้านี้ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กWarong Dechgitvigromหลังศาลปกครองกลางยกคำร้องยิ่งลักษณ์เมื่อ 29 มคว่า สำหรับผู้ที่ยังติดตามคดียึดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์ ล่าสุดวันที่ 29 มกราคม 2561 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องของนางสาวยิ่งลักษณ์ กรณีมีคำสั่งยึดทรัพย์ 35 หมื่นล้านบาทที่ต้องรับผิดชอบ เท่ากับว่ากรมบังคับคดีสามารถเดินหน้ายึดทรัพย์ต่อได้โดยก่อนหน้านี้ หลังจากมีคำสั่งทางปกครองให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีปล่อยให้เกิดการทุจริตจำนำข้าว 35 หมื่นล้านบาทตั้งแต่เดือนตุลาคม 2539 นางสาวยิ่งลักษณ์เคยร้องศาลปกครองกลางครั้งแรกเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว และศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 มาแล้วเท่ากับว่าคดีทุจริตจำนำข้าวและจีทูจีเดินทางมาใกล้จบบริบูรณ์ นั่นคือคดีอาญาจบแล้ว ส่วนคดีแพ่งที่นำไปสู่การยึดทรัพย์ หลังจากที่ศาลยกคำร้องที่ขอทุเลาการบังคับคดี การยึดทรัพย์ก็เดินหน้าต่อได้ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งเป็นทางการอีกครั้ง ทุกอย่างก็จบ ยิ่งลักษณ์ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย คือเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศแต่ชะตากรรมต่อจากนี้ไปจะเหมือนกับทักษิณ ที่ถูกยึดทรัพย์ 46,373,680,754 บาทจากเหตุใช้อำนาจขณะเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบจนทำให้ร่ำรวยผิดปกติ หรือไม่ต้องรอให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินไปจนถึงที่สุด ถึงจะเห็นบทสรุปสุดท้ายที่เกิดเหตุ พบแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียวเหลือง หมายเลขทะเบียน 1 มก 5819 กทมสภาพรถพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า อยู่กลางถนน และพบผู้ขับขี่ยังนั่งอยู่ในรถ เจ้าหน้าดับเพลิงและตำรวจได้พยายามเจรจาให้ออกมาจากรถเพราะว่ากลัวจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนขึ้นได้ ใช้เวลาสักพักใหญ่ผู้ขับขี่จึงออกมาจากตัวรถ โดยพบว่านั่งร้องไห้และโวยวายลักษะคล้ายคนเมา เมื่อออกมาจากตัวรถได้ก็มีเพื่อนของผู้บาดเจ็บพาขึ้นรถแท็กซี่สีเหลืองไป อ้างว่าจะพาไปโรงพยาบาลเอง โดยไม่รอรถฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่

ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดต่อศาล ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ค้ำจุนการบริหารประเทศให้เป็นไปโดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานบุคคลและพยานเอกสารจึงสมควรแก่การรับฟังเป็นอย่างยิ่ง โดยศาลไม่ได้รับฟังในส่วนที่เป็นความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการให้ถ้อยคำของพยานบุคคลและพยานหลักฐานซึ่งเป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่ความเห็น เมื่อไม่มีปัญหาโต้แย้งและพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพยานบุคคลและพยานหลักฐานที่ปรากฏเป็นพยานหลักฐานเท็จหรือเกิดจากการปรุงแต่งหรือดำเนินการไปโดยกลั่นแกล้งผู้หนึ่งผู้ใด ศาลจึงสามารถรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้ ส่วนการดำเนินการขององค์กรอื่นๆ และสำนวนการสอบสวนคดีอาญานั้น ศาลมีอำนาจพิจารณาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่นๆ และสามารถใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานว่าพยานหลักฐานใดรับฟังได้พยานหลักฐานใดรับฟังไม่ได้เพื่อประโยชน์แก่การวินิจฉัยคดี ซึ่งถึงแม้การให้ถ้อยคำของผู้ฟ้องคดีและพยานบางรายที่ยืนยันการกระทำที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ร่วมชุมนุมที่เป็นผู้ได้รับความเสียหายในคดีนี้ ซึ่งต้องรับฟังการให้ถ้อยคำของบุคคลดังกล่าวด้วยความระมัดระวัง แต่ก็มีกลุ่มสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ซึ่งมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการชุมนุมและไม่ใช่ฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ให้ถ้อยคำสอดคล้องต้องกันกับผู้ฟ้องคดีและพยานที่เป็นผู้ร่วมชุมนุม อีกทั้งพยานทั้งหมดได้ให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ๑ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นเวลาใกล้ชิดกับวันเกิดเหตุที่ยังจดจำเหตุการณ์ได้ จึงฟังได้ว่าเป็นการให้ถ้อยคำตามความเป็นจริงไม่มีการเสริมแต่งข้อเท็จจริงใดๆ และยังมีการให้ถ้อยคำของกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมายืนยันในความไม่เหมาะสมในวิธีการสลายการชุมนุมและการใช้แก๊สน้ำตาอีกด้วย พยานหลักฐานดังกล่าวจึงมีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีข้อบกพร่องในขั้นตอนการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้ในการสลายการชุมนุมและมีข้อบกพร่องในวิธีการยิงแก๊สน้ำตา โดยยิงในแนวตรงขนานกับพื้นซึ่งไม่เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้องที่ต้องยิงเป็นวิถีโค้ง ประกอบกับแก๊สน้ำตาที่นำมาใช้เป็นแก๊สน้ำตาที่ซื้อมาเป็นเวลานานจึงมีประสิทธิภาพต่ำ จึงต้องใช้แก๊สน้ำตาจำนวนมากเกินกว่าที่จะใช้โดยปกติทั่วไป ทำให้เกิดความปั่นป่วนชุลมุนเกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุมมากเกินกว่าผลตามปกติที่เกิดจากการใช้แก๊สน้ำตาที่มีประสิทธิภาพดีและยิงโดยวิธีการที่ถูกต้อง และยังส่งผลเสียหายไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่มาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติจะรู้ถึงข้อบกพร่องของขั้นตอนในการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้กับผู้ชุมนุมก่อนการใช้แก๊สน้ำตาและข้อบกพร่องในประสิทธิภาพของแก๊สน้ำตาที่ทำให้ต้องยิงแก๊สน้ำตาเป็นจำนวนมากหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอดแต่ละรายจึงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิตร่างกายสิทธิและเสรีภาพจึงเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดจึงต้องรับผิดต่อผู้ได้รับความเสียหายฟื้นปชตม็อบใกล้วัง ตรอ้างเหตุจับ7แกนนำ/ประยุทธ์รับขึ้นปี4มีจุดอ่อน 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 00:01 น gclub9931 มค 61 - หลังนายณฐาภพ บุญทองโท ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายสุนทร แสงอรุณ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมาตามหมายเรียก โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งดำเนินคดีกับนายณฐาภพ เบื้องต้นก่อน 2 ข้อหากรณีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิง ม2 อายุ 14 ปี ประกอบด้วย ข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และข้อหาหมิ่นประมาท เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!

อ่าน(579) | แสดงความคิดเห็น(803) | ส่งต่อ(845) |

ก่อนหน้านี้:ฝาก 89 รับ 2001️⃣M98

ต่อไป:bonus joker ii1️⃣M98

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

ผู้หญิงที่ดี 2021-09-28

เบลคินเบิร์ท ฤดูท่องเที่ยวเช่นนี้ จังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นเป้าหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) สำนักงานเชียงใหม่ จัดทำเส้นทางท่องเที่ยว เส้นทางแห่งความรัก ศรัทธา สายหมอก ดอกไม้ ภายใต้แนวคิด แอ่วเหนือครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิม เพื่อให้ผู้ที่เดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่แสนประทับใจกลับไปนางปิ่นนาถ เจริญผล ผู้อำนวยการ ททท สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มที่เคยเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่แล้ว และนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ได้มีกิจกรรมทางการท่องเที่ยวให้เลือกเพิ่มเติม จึงได้จัดแหล่งท่องเที่ยวออกมาเป็น 5 เส้นทาง ได้แก่เส้นทางที่ 1 ตามรอยศรัทธาแห่งขุนเขา ช่วงเช้าเริ่มต้นจาก ขุนช่างเคี่ยน อีกหนึ่งสถานที่ในการชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่เบ่งบานทั่วหมู่บ้านในช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์, พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ชมพระตำหนัก และความสวยงามของพันธุ์ไม้นานาชนิด แหล่งรวมกุหลาบมากกว่า 360 ชนิด พร้อมสัมผัสสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปีช่วงบ่าย นมัสการ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ ประดิษฐานอยู่บนพระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุสีทองอันยิ่งใหญ่กลางยอดเขา มีบันไดนาคหลายร้อยขั้น รวมถึงจุดชมวิวแบบ 360 องศา จากนั้นแวะไปที่ วัดผาลาด หนึ่งในวัดเก่าแก่กว่า 500 ปีของจังหวัดเชียงใหม่ มีการผสมผสานงานศิลปะ สถาปัตยกรรมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำละครรากนครา ปิดท้ายเส้นทางนี้ ที่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เที่ยวชมเทศกาลชมสวน (Flora Festival 2017) ระหว่างบัดนี้ - 28 กุมภาพันธ์ 2561 ชมการจัดแสดงไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณจากมูลนิธิโครงการหลวงบนพื้นที่กว่า 470 ไร่เส้นทางที่ 2 : ตามรอยพ่อ วิถีพอเพียง เช้าเริ่มต้นจาก พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 ชมพิพิธภัณฑ์มีชีวิต เรียนรู้แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และชมการจัดแสดงความเป็นมาของโครงการหลวง, ต่อด้วย บ้านยาง หมู่บ้านจีนยูนนานที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความเป็นอยู่แบบจีนยูนนานได้อย่างเหนียวแน่น พร้อมชิมขาหมูหมั่นโถว และสุกี้ยูนนานต้นตำรับ

เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!

france kgm 2021-09-28 02:37:40

วันที่ 30 มค ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิธีลงนามเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU) และมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL) ขึ้น ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ โดย ดรบัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ส่งผลให้ภาคการศึกษาจำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร รวมทั้งอัพเกรดองค์ความรู้ทางวิชาการใหม่ๆให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศยังต้องการบุคลากรสร้างความแข็งแกร่งและพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ทิศทางพัฒนาการศึกษาในยุคนี้ต้องอาศัยการบูรณาการความรู้ร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพ ด้วยเหตุนี้ จุฬาฯ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ สจล โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้ดำเนินการสร้างความร่วมมือทางวิชาการในการสร้างหลักสูตรปริญญาตรี สองปริญญาข้ามสถาบัน (Double degree) ด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาจากจุฬาฯ และจาก สจล ทั้งสองสถาบันยังร่วมกับมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอลในการพัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ (Electrical Computer Engineering: ECE) ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาจาก มซีเอ็มเคแอล

ฮันซีคิง 2021-09-28 02:37:40

ส่วนสายบางใหญ่-กาญจนบุรี คาดปีแรกมีปริมาณจราจร 8-9 พันคันต่อวัน และมีอัตราเติบโต 2-3%โดยโครงการทั้ง2เส้นทาง จะแบ่งกรอบระยะเวลาการลงทุน 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 เอกชนจะเป็นผู้ออกแบบ และลงทุนค่าก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นๆ ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน โดยทรัพย์สินที่เอกชนลงทุนก่อสร้างเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมทางหลงวงระยะที่ 2 เอกชนดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการทั้งหมด ทั้งส่วนงานโยธาที่กรมทางหลวงเป็นผู้ลงทุนและงานส่วนที่เอกชนเป็นผู้ลงทุน โดยเอกชนเป็นผู้ดำเนนิการบริหารจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางและมอบให้กรมทางหลวง ระยะเวลาสัญญาไม่เกิน 30 ปี นับแต่วันเปิดให้บริการ ซึ่งรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของภาครัฐ, อย่างไรก็ตาม การเทรดของ อเล็กซ์ สมิธ จะยังไม่เป็นทางการ จนกว่าปฏิทินลีกเอ็นเอฟแอลฤดูกาลใหม่จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 14 มีนาคมที่จะถึงนี้。31 มค 61 - ความคืบหน้ากรณี นายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มีพฤติกรรมชู้สาวกับเด็กนักเรียนหญิง ม2 อายุ 14 ปี และกำลังถูกดำเนินการเอาผิดทั้งทางวินัยร้ายแรง และคดีอาญาไปพร้อมกัน โดยตำรวจ สภบัวใหญ่ ได้ออกหมายเรียกให้ ผอโรงเรียนฉาวเข้าไปรับทราบหลายข้อหา ทั้งพรากผู้เยาว์ อนาจารเด็กหญิงไม่เกิน 15 ปี และหมิ่นประมาท ขณะที่ตัว ผอโรงเรียนยังหายเข้ากลีบเมฆนั้น。

เพลงหยวนกง 2021-09-28 02:37:40

คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบเมื่อวันอังคารที่ 31 มค2561 ให้ยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่นำค่าใช้จ่ายบริจาคเข้ากองทุนวิจัยและนวัตกรรม 4 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ฯ กองทุนสนับสนุนการวิจัย กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบมาตรวิทยา กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุข หากบุคคลธรรมดาบริจาค โดยนำค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เมื่อร่วมกับการบริจาคด้านการศึกษาต้องไม่เกิน10% ของเงินบริจาค ,ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการกระทำเพื่อขัดขวางไม่ให้นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไม่ใช่การก่ออาชญากรรมโดยแท้ จึงไม่อาจปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมทั้งหมดด้วยวิธีการเดียวกับการจับกุมผู้กระทำความผิดอาญาได้ แต่หากการชุมนุมเป็นไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายทำให้ผู้อื่นเกิดความเกรงกลัว ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองย่อมมีอำนาจหน้าที่ระงับยับยั้งได้ แต่ทั้งนี้การปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายระเบียบ。 เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!。

กษัตริย์แห่งทะเลเหนือ 2021-09-28 02:37:40

เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!, ฤดูกาลที่ผ่านมา อเล็กซ์ สมิธ ขว้างได้ระยะ 4,042 หลา มากที่สุดในการเล่นอาชีพ รวมถึงการขว้างทัชดาวน์มากที่สุดในอาชีพเช่นเดียวกัน โดยซีซั่นที่ผ่านมา สมิธ ปาไป 26 ทัชดาวน์。ทลายกำแพง3สถาบัน จุฬา-สจล-CMKL ทำหลักสูตร2ปริญญา 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 07:24 นจุฬาฯ 0 สจล-จุฬาฯ-CMKL ทลายกำแพงสร้างหลักสูตร ปตรีสองปริญญาข้ามสถาบันด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ครั้งแรกของไทย หวังตอบโจทย์ประเทศด้านไซเบอร์ แก้วิกฤตขาดแคลนบุคลากร ตั้งคณะกก 3 ฝ่าย ทำหลักสูตร คาดรับ นศรุ่นแรกปีการศึกษา 61 หมุนเวียนเรียนสองสถาบัน ลดวิชาบรรยาย เน้นลงมือทำ。

Liang Wudi Xiao Yan 2021-09-28 02:37:40

เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!,ทลายกำแพง3สถาบัน จุฬา-สจล-CMKL ทำหลักสูตร2ปริญญา 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 07:24 นจุฬาฯ 0 สจล-จุฬาฯ-CMKL ทลายกำแพงสร้างหลักสูตร ปตรีสองปริญญาข้ามสถาบันด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ครั้งแรกของไทย หวังตอบโจทย์ประเทศด้านไซเบอร์ แก้วิกฤตขาดแคลนบุคลากร ตั้งคณะกก 3 ฝ่าย ทำหลักสูตร คาดรับ นศรุ่นแรกปีการศึกษา 61 หมุนเวียนเรียนสองสถาบัน ลดวิชาบรรยาย เน้นลงมือทำ。พระอาจารย์เปลี่ยน มีลูกศิษย์มากมายที่ติดตามและฝึกปฏิบัติตามแนวทางของท่าน พระอาจารย์เปลี่ยนได้รับการยอมรับในหมู่นักปฏิบัติว่าเป็นพระป่ากรรมฐานผู้เคร่งครัดในธรรมวินัย มีความเพียรอันยิ่งในการปฏิบัติ เป็นพระสุปฏิปันโนและเป็นพระแท้ที่เปี่ยมด้วยความเมตตา。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

สมัคร baccarat1️⃣LOOK618| pg slot เกม ไหน แตก ดี1️⃣M98| pg slot เล่น ผ่าน เว็บ1️⃣M98| เล่น พี จี1️⃣M98| ฝาก 300 รับ 600 joker1️⃣LOOK618| fifa55 เครดิต ฟรี 20211️⃣M98| บา คา ร่า ถูก กฎหมาย1️⃣M98| big slot 918kiss1️⃣LOOK618| เว็บ ไฮโล ออนไลน์ 1️⃣2021| pg slot ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| infinity 888 slot 1️⃣2021| ufastarv11️⃣LOOK618| สล็อต ค่าย jili แจก เครดิต ฟรี1️⃣M98| เว็บ โจ๊ก เกอร์ เกม1️⃣M98| ฝาก 25 ได้ 1001️⃣M98| ซุปเปอร์ สล็อต amb1️⃣M98| ลิ้ ง ดาว โหลด 918kiss 1️⃣2021| slotking999 free 1️⃣2021| ufa win9991️⃣LOOK618| www888slot1️⃣LOOK618| gucci slot1681️⃣LOOK618| สมัคร เล่น เกม สล็อต1️⃣LOOK618| bestwin 991️⃣M98| เล่น บา คา ร่า วอ เลทpg77th1️⃣M98| slot55 joker1️⃣M98| slotxo 451️⃣M98| เกม สล็อต ฝาก ผ่าน วอ ล เลท1️⃣LOOK618| สมัคร vip888 1️⃣2021| โปร โม ชั่ น pg1️⃣M98| holdemxo881️⃣LOOK618| การ เล่น บา คา ร่า ให้ ได้ เงิน 1️⃣2021| สล็อต โบนัส เยอะ1️⃣M98| บา คา ร่า ไพ่ 1️⃣2021| gclub88888 สมัคร1️⃣M98| เกมส์ ที่ ซื้อ ฟรี ส ปิ น1️⃣M98| เกม ได้ ตัง ไม่ ต้อง ลงทุน 1️⃣2021| slot joker ฝาก 10 รับ 1001️⃣M98| kxo สล็อต1️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ แจก เครดิต ฟรี1️⃣M98| เครดิต เล่น ฟรี ถอน ได้1️⃣M98| แนะ นํา สล็อต joker1️⃣LOOK618| bestwin 991️⃣M98| pg เกม1️⃣LOOK618| เกม คา สิ โน ได้ เงิน จริง มือ ถือ1️⃣LOOK618| joker89 เข้า สู่ ระบบ1️⃣LOOK618| บา คา ร่า ฝาก ทาง วอ เลท1️⃣M98| 918kiss ทดลอง 1️⃣2021| เกม สล็อต pg 1️⃣2021| โหลด คา สิ โน ออนไลน์ ได้ เงิน จริง มือ ถือ 1️⃣2021| bk88 คา สิ โน 1️⃣2021| โจ้ ก เก้อ ส ล้อ ต1️⃣LOOK618| joker gaming 01 1️⃣2021| mafia444 1️⃣2021| เช็ ก ชี่ 661️⃣LOOK618| gclub slot online1️⃣LOOK618| fun88 เกมส์ 1️⃣2021| ฝาก 1 บาท ฟรี 99 บาท 20201️⃣LOOK618| เล่น ไพ่ เงิน จริง1️⃣LOOK618| เว็บ ปั่น สล็อต ฟรี 1️⃣2021| ฝาก 50 รับ 100 วอ เลท pg1️⃣M98| sa slot 88 1️⃣2021| สมัคร wing16881️⃣LOOK618| สล็อต ฟรี เครดิต ล่าสุด1️⃣LOOK618| 1688vip1️⃣M98| ฝาก 9 รับ 100 live22สล็อต pg ฝาก 10 รับ 1001️⃣M98| slot ro xo1️⃣M98| เค ดิ ต ฟรี ฝาก 1 บาท 1️⃣2021| slot ufabet1️⃣LOOK618| goldenslot1️⃣M98| สล็อต pg ล่าสุด1️⃣M98| slotxo ฟรี เครดิต 50 ไม่ ต้อง ฝาก ล่าสุด1️⃣LOOK618| สล็อต เติม true wallet ฝาก 1 รับ 1001️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ถอน ได้ 20191️⃣M98| live22easy ฝาก 10 รับ 100 1️⃣2021| สล็อต ฝาก 20 รับ 100 วอ เลท 1️⃣2021| galaxy888 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| ยิง ปลา ท รู วอ ล เล็ ต 1️⃣2021| ทดลอง เล่น สล็อต xo ทุก เกม1️⃣M98| โปร ฝาก 1 รับ 501️⃣LOOK618| เกม แคน ดี้ ได้ เงิน จริง หรือ1️⃣LOOK618| joker123 ฟรี เครดิต 20001️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 20 บาท ล่าสุด 1️⃣2021| z8 casino1️⃣M98| slot roma เล่น เวลา ไหนฝาก 1 บาท รับ 50 ล่าสุด1️⃣LOOK618| 777 bet apk1️⃣M98| ocean99th เข้า สู่ ระบบ1️⃣LOOK618| slotxo888 1️⃣2021| เติม เงิน บา คา ร่า1️⃣LOOK618| แจก ฟรี 501️⃣M98| slot ufabet1️⃣LOOK618| xo 899 1️⃣2021| ฝาก 50 รับ 100 ufa1️⃣LOOK618| รับ เครดิต ฟรี ถอน ได้1️⃣LOOK618| youlike1911️⃣LOOK618|